
- ในการเรียนรู้ นักเรียนจะต้องใช้ทักษะการคิดในระดับต่างๆ
มีหลายท่านถามถึงแนวทางการวิเคราะห์ทักษะการคิดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ผมขอเรียนให้ทราบว่า เราจะเริ่มจากการวิเคราะห์ตัวชี้วัดก่อน ซึ่งจะวิเคราะห์ว่าผู้เรียนรู้อะไร ทำอะไรได้ จะวิเคราะห์ว่า จะเกี่ยวข้องกับทักษะการคิดต่างๆ อะไรบ้าง ตลอดจนจะใช้ชิ้นงาน ภาระงานอะไร และ จะมีแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างไรบ้าง ผมขอนำตัวอย่างการวิเคราะห์ที่ได้มาจากหนังสือแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิด ตามหลักสูตรกลุ่มสาระแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่จัดทำโดย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ศิลปะ และภาษาไทย ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มาลงไว้ให้ท่านที่สนใจได้ศึกษากันครับซึ่งมีไฟล์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องดังต่อไปนี้
1. การวิเคราะห์ตัวชี้วัดสู่การพัฒนาทักษะการคิด ซึ่งจะมีการวิเคราะห์ผู้เรียนรู้อะไรทำอะไรได้ ทักษะการคิดอะไร ชิ้นงาน/ภาระงานอะไร แนวการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด
2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด ซึ่งจะเริ่มจากการหลอมรวมตัวชี้วัดในเรื่องที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เข้าด้วยกันเพื่อจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้ โดย
1. สกัดเป็นความคิดรวบยอด
2. วิเคราะห์ให้ทราบถึงว่าเป็นสาระการเรียนรู้อะไร
3. วิเคราะห์ว่ามีทักษะการคิดอะไรบ้าง
4. จะใช้ชิ้นงาน/ภาระงานอะไร
5. แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นอย่างไร
ตัวอย่างของการวิเคราะห์ สามารถดาว์นโหลดได้จากด้านล่างนี้ครับ
1. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
3. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
สำหรับการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดนั้น มีวิธีการคล้ายกับที่คุณครูเคยออกแบบมาแล้ว เพียงแต่จะเพิ่มในสิ่งดังต่อไปนี้
1. ความเข้าใจที่คงทน (Euduring Understanding) ซึ่งเป็นเป้าหมายการเรียนรู้ มีท่านผู้รู้ คือ ดร.โกวิท ประวาลพฤกษ์ (2551: 20-21) ได้อธิบายความหมายของคำว่า ความเข้าใจอันคงทน หรือความรู้ฝังแน่นว่า” ได้แก่ ความคิดรวบยอด ความสัมพันธ์และหลักการตามเนื้อหาวิชา รวมทั้งกระบวนการทักษะต่างๆ ที่ใช้ได้หลายวิชา ค่านิยมที่ต้องการปลูกฝัง ซึ่งจะเป็นความรู้แบบไม่ติดเนื้อหา แทรกอยู่ในหลายเนื้อหา เมื่อลืมเนื้อหาไปแล้ว กระบวนการ ทักษะและค่านิยม ก็ยังคงติดค้างอยู่ในตัวผู้เรียน เป็นทักษะที่ใช้ได้หลายวิชา บางทีจึงเรียกว่า ทักษะคร่อมวิชา ทั้งกระบวนการ และค่านิยมนี้จะเป็นส่วนที่เรียกว่า ตกผลึกในการเรียนรู้ติดตัว กลายเป็นลักษณะนิสัยบุคลิกภาพในที่สุด”
นอกจากนี้ วิกกินส์และแม็คไท้ อ้างถึงใน ดร.โกวิท ประวาลพฤกษ์ (2551: 20-21) ได้กำหนดรูปแบบการเขียนความรู้ฝังแน่นหรือความเข้าใจอันคงทนมาในรูปความคิดรวบยอดและหลักการ ต่อท้ายคำว่า “นักเรียนเข้าใจว่า….” ความเข้าใจที่ฝังแน่นนี้เป็นความคิดรวบยอด ความสัมพันธ์ หลักการ กระบวนการ และค่านิยม เมื่อเรียนจบหน่วย โดยได้ให้ตัวอย่างไว้ดังนี้ ได้แก่
1) ความรู้แบบความคิดรวบยอด เช่น
-นักเรียนเข้าใจว่า ชุมชนคือกลุ่มบ้านที่ใช้บริการสาธารณะร่วมกัน
-นักเรียนเข้าใจว่า ครอบครัวประกอบด้วยสมาชิกมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน เพื่อผลร่วมกัน
-นักเรียนเข้าใจว่า รูปสามเหลี่ยมคือรูปบนระนาบมีมุม 3 มุม ด้าน 3 ด้าน
2) ความรู้แบบความสัมพันธ์และหลักการ เช่น
-นักเรียนเข้าใจว่า การกระทำแบบเดิมได้ผลแบบเดิม
-นักเรียนเข้าใจว่า การมีแผนภาพเรื่องตลอดแนวที่ชัดเจนทำให้พูดได้ดีเขียนได้ดี
-นักเรียนเข้าใจว่า มุมภายในของรูปสามเหลี่ยมรวมกันเป็น 180 องศา
-นักเรียนเข้าใจว่า ประโยคประกอบด้วยผู้กระทำและการกระทำ เป็นต้น
2. การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดนั้น จะต้องระบุสมรรถนะการคิดให้ชัดเจนว่า เป็นทักษะการคิดประเภทใด
3. ในแนวทางการจัดการเรียนรู้นั้น จะต้องระบุขั้นตอน หรือวิธีการที่ชัดเจน ที่จะแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนจะเกิดทักษะการคิดต่างๆ นั้นได้นั้นจะต้องเริ่มด้วยขั้นตอนอะไรบ้าง ซึ่งอาจจะมีบางทักษะที่เกี่ยวเนื่องกันและสามารถหลอมรวมเป็นวิธีการหรือขั้นตอนเดียวกันได้
สำหรับรูปแบบของการเขียนหน่วยการเรียนรู้มีดังนี้
ชื่อหน่วยการเรียนรู้………………………………………..……………………………………………………….
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ชั้น…………………เวลา………………….
1. เป้าหมายการเรียนรู้
1) ความเข้าใจที่คงทน…………………………………………………………………………..
2) สาระ…………………………………………………………………
มาตรฐานการเรียนรู้…………………………………………………………..
ตัวชี้วัด……………………………………………………………..
3) สาระการเรียนรู้………………………………………………………………………….
4) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด……………………………………………………………….
5) สมรรถนะสำคัญ (ทักษะการคิด) ……………………………………………………………………
6) คุณลักษณะอันพึงประสงค์……………………………………………………………….
2. การกำหนดหลักฐานผลการเรียนรู้
2.1 ชิ้นงาน/ภาระงาน
2.2 การวัดและประเมินผล
(1) การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
(2) การประเมินเมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
สำหรับความหมายและลักษณะสำคัญขององค์ประกอบหน่วยการเรียนรู้ มีดังนี้ (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2553: 4/4- 4/6)
1) ชื่อหน่วยการเรียนรู้
การกำหนดชื่อหน่วยการเรียนรู้ ต้องสะท้อนให้เห็นถึงสาระสำคัญหรือประเด็นสำคัญหลัก
ในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ ดังนั้นชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรมีลักษณะดังนี้
1.น่าสนใจ อาจเป็นประเด็นปัญหา ข้อคำถามหรือข้อโต้แย้งที่สำคัญ
2.สอดคล้องกับชีวิตประจำวันและสังคมของผู้เรียน
3.เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถของผู้เรียน
2) มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่นำมาจัดทำหน่วยการเรียนรู้ต้องมีความสอดคล้องสัมพันธ์กันและนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันได้ ตัวชี้วัดที่นำมาจัดกิจกรรมร่วมกันอาจมาจาก กลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกัน หรือต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด บางตัวอาจต้องฝึกซ้ำ เพื่อให้เกิดความชำนาญ จึงสามารถกำหนดไว้ได้มากกว่าหนึ่งหน่วยการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
3) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดได้จากการวิเคราะห์แก่นความรู้แต่ละมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด รวมถึงสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนจะได้รับจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามมาตรฐาน
การเรียนรู้/ตัวชี้วัด ในหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ
4) สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ที่นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด ประกอบด้วย
สาระการเรียนรู้แกนกลางและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (ถ้ามี)
5) สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (ทักษะการคิด)
วิเคราะห์ได้จากตัวชี้วัดแต่ละตัวซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการคิดไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ภาระงาน ได้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
6) คุณลักษณะอันพึงประสงค์
วิเคราะห์ได้จากคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรแกนกลางฯ เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
7) ชิ้นงาน/ภาระงาน
ชิ้นงาน/ภาระงานที่กำหนดต้องสะท้อนถึงความสามารถของผู้เรียนจากการใช้ความรู้และทักษะการคิดที่กำหนดไว้ซึ่งสอดคล้องตามตัวชี้วัด
ชิ้นงานหรือภาระงาน อาจเป็นสิ่งที่ครูกำหนดให้ หรือครูและผู้เรียนร่วมกันกำหนดขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงานต้องแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ
ในการเรียนรู้ของผู้เรียน และเป็นร่องรอยหลักฐานแสดงว่าผู้เรียนมีความรู้และทักษะถึงมาตรฐาน
การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงาน อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่าง
การจัดการเรียนการสอน และชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอดที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนได้นำความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้นออกมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม
ชิ้นงาน เช่น รายงาน เรียงความ จดหมาย โคลงกลอน หนังสือเล่มเล็ก แผนภาพ แผนผัง แผนภูมิ ภาพวาด กราฟ ตาราง งานประดิษฐ์ งานแสดงนิทรรศการ หุ่นจำลอง แฟ้มสะสมงาน ฯลฯ
ภาระงาน เช่น การพูด/รายงานปากเปล่า การอภิปราย การอ่าน กล่าวรายงาน โต้วาที
ร้องเพลง เล่นดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ
งานที่มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างชิ้นงาน/ภาระงาน เช่น โครงงาน การทดลอง การสาธิต ละคร วีดีทัศน์ ฯลฯ
การวัดและประเมินผล
การกำหนดวิธีการวัดและประเมินผล ควรกำหนดการวัดและประเมินผลทั้งในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ต้องแสดงถึงความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด และสามารถนำไปกำหนด ชิ้นงาน/ภาระงาน เพื่อการวัดและประเมินผลได้
9) กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้เป็นการนำเทคนิค/วิธีการจัดการเรียนรู้ ซึ่งจะนำผู้เรียนไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ภาระงาน และสอดแทรกด้วยการใช้ทักษะการคิด กระบวนการตามธรรมชาติวิชาและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
10) เวลา
เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้จะต้องวิเคราะห์ความเหมาะสม กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับจำนวนมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่ปรากฏในหน่วยการเรียนรู้จากโครงสร้างรายวิชา
ดาว์นโหลด ตัวอย่างการเขียนหน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ระดับประถมศึกษา
หนังสืออ้างอิง
โกวิท ประวาลพฤกษ์, 2551, เพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ด้วย Backward Design, กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาวิชาการ.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2553, ชุดฝึกอบรมวิทยากรแกนนำ การนำแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สู่การปฏบัติในชั้นเรียน, ม.ป.ท.: ม.ป.พ.
ความเห็นล่าสุด